วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

การใช้งาน Search engine webopac e-mail webboard

การใช้งาน Search engine

การใช้งานปุ่มค้นหา (Search Engine) มี 2 วิธีดังต่อไปนี้
วิธีที่ 1 ค้นหาจากในเว็บ
คือ ระบบจะทำการค้นหาข้อมูลที่มีอยู่ภายในเว็บไซต์นี้เท่านั้น โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกปุ่ม เพื่อให้ระบบทำการค้นหาข้อมูลจากในเว็บเท่านั้น
2. พิมพ์คำที่ต้องการค้นหาลงไปในช่อง จากนั้นคลิกปุ่มค้นหา ดังภาพ

3. จากนั้น ระบบจะทำการค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ ดังภาพ

วิธีที่ 2 ค้นหาจากใน Google คือ ระบบจะทำการเชื่อมโยงการค้นหานั้นไปยัง http://www.google.co.th/ เพื่อให้ สามารถค้นหาคำที่เราต้องการได้จากเว็บไซต์อื่นๆ โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกปุ่ม
เพื่อให้ระบบทำการค้นหาเชื่อมโยงไป http://www.google.co.th/
2. พิมพ์คำที่ต้องการค้นหาลงไปในช่องว่าง จากนั้นคลิกปุ่มค้นหา ดังภาพ

3. จากนั้น ระบบจะเชื่อมโยงไปยัง http://www.google.co.th/ และทำการค้นหาข้อมูล ดังภาพ

การใช้งาน web opac

WEB OPAC คือ ฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศ (Online Public Access Catalog - OPAC) เป็นฐานข้อมูลรายการบรรณานุกรมที่หน่วยงาน สถาบันหรือแหล่งบริการสารสนเทศนั้นๆ จัดทำขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยค้นหาและชี้แหล่งทรัพยากรให้กับผู้ใช้ในการค้นหาหนังสือ บทความวารสาร โสตทัศนวัสดุ รายงานการวิจัย วิทยานิพนธ์ ฯลฯ ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็วและค้นหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากแหล่งบริการสารสนเทศส่วนใหญ่ใช้ระบบออนไลน์บนอินเตอร์เน็ต การสืบค้นสามารถทำได้ง่าย เช่น การค้นด้วยชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง หัวเรื่อง คำสำคัญ เลขเรียกหนังสือ ซึ่งใช้หลักการสืบค้นเช่นเดียวกับการ สืบค้นด้วยบัตรรายการ
การค้นหาทรัพยากรสารสนเทศ โดยใช้ Web OPAC มีเมนูการค้นหาแยกตามประเภทของทรัพยากรออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. การสืบค้นรายการหนังสือและสื่อต่างๆ เป็นหน้าจอการค้นหา สิ่งพิมพ์ประเภท หนังสือทั่วไป หนังสืออ้างอิง งานวิจัย วิทยานิพนธ์ Project Report เรื่องสั้น นวนิยาย ฯลฯ ตลอดจนสื่อโสตทัศนศึกษาต่างๆ เช่น เทป ซีดีรอม สไลด์ ฯลฯ ที่ห้องสมุดจัดให้บริการ
2. การสืบค้นบทความวารสารไทย เป็นหน้าจอการค้นหาสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องหรือวารสารภาษาไทยฉบับพิมพ์ที่ห้องสมุดจัดให้บริการ
การใช้งาน e-mail
การใช้อีเมล์ E-mail ที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นการใช้บริการจาก Mail Server ของผู้เปิดให้บริการทั่ว ๆ ไป E-mail เป็นบริการที่มีการใช้งานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ใช้ประโยชน์ในการรับ - ส่งข่าวคราวถึงกัน ในลักษณะของข้อความ หรือ File ที่ได้จากคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็น File ข้อความ, File ภาพนิ่ง, File ภาพเคลื่อนไหว, File เสียง, หรือ Program File ซึ่งสามารถส่งแนบไปพร้อมกับการส่งเมล์ โดยผู้ให้บริการไม่คิดค่าใช้จ่ายจากผู้ใช้บริการ
จะเสียเพียงค่าโทรศัพท์และค่าเวลาของบริการอินเทอร์เน็ตเท่านั้น การรับและส่งไม่ผูกพันกับที่อยู่ทางภูมิศาสตร์
ไม่ต้องรอคอยรับอยู่ที่บ้านหรือหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ คือจะส่งหรือรับอยู่ที่ใด ๆ ก็ได้ ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถล๊อกอินเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ในปัจจุบันสามารถรับและส่ง E-mail จากโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ ๆ ได้ด้วย
ในการส่ง E-mail ใช้เวลาเดินทางเป็นวินาที จดหมายหนึ่งฉบับส่งถึงผู้รับในคราวเดียวพร้อมกันได้ไม่จำกัดจำนวนผู้รับ โดยจ่าหน้าถึงผู้รับแล้วคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ( , ) หรือจะเพิ่มในช่องสำเนาก็ได้ และในการเพิ่มชื่อผู้รับในช่องสำเนาถึงผู้รับจำนวนมาก ก็คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคเช่นเดียวกัน ในการเพิ่มชื่อผู้รับในช่องสำเนาจะเป็นลักษณะจดหมายเวียน ผู้รับจะได้รับจดหมายข้อความเดียวกันทุกคน ในการเพิ่มชื่อในช่องสำเนาจะมีทั้งสำเนาแบบเปิดเผย (Cc:) และแบบซ่อน (Bcc:) ในแบบเปิดเผยทุกคนที่ได้รับ E-mail จะทราบว่าผู้ส่งส่งถึงใครบ้างในจดหมายฉบับเดียวและเวลาส่งเดียวกัน ส่วนแบบซ่อน ผู้ที่ได้รับ E-mail จะทราบเพียงว่าผู้ส่งได้ส่งถึงเฉพาะตัวผู้รับเองเท่านั้นแม้ว่าผู้ส่งจะส่ง E-mail ถึงใครหลายคนด้วยจดหมายข้อความเดียวกันก็ตาม
ในรายการเมล์ Mailling List ทันทีที่ล๊อกอินเข้าสู่ Mail Server ผู้รับจะทราบได้ทันทีว่ามีจดหมายถึงตัวเองกี่ฉบับ ที่มาใหม่ยังไม่ได้อ่านกี่ฉบับ ฉบับที่ยังไม่ได้อ่านก็จะมีสัญลักษณ์ไว้ให้เป็นที่สังเกตว่ายังไม่ได้อ่าน ทำให้เกิดความสะดวกในการเปิดอ่าน เมื่ออ่านแล้วจะลบทิ้งหรือจะเก็บไว้ก่อนก็ได้ แต่ถ้าจดหมายใดไม่มีความสำคัญที่จะเก็บไว้ก็ควรที่จะลบออกจาก Mail Box เพราะจะทำให้ Mail Box มีพื้นที่ที่จะรับจดหมายได้อีก ถ้าหากไม่มีการลบจดหมายเลยนานเข้าก็จะทำให้รับจดหมายที่มาใหม่ไม่ได้ สาเหตุก็เนื่องจาก Mail Box เต็ม (พื้นที่ของ Mail Box จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ Mail Server กำหนดไว้
การรับและส่งเมล์
ถ้ารับเมล์แล้วข้อความที่ได้ไม่สามารถแสดงเป็นตัวอักษรให้อ่านได้ ผู้รับเมล์จะต้องคัดลอกข้อความของเมล์ที่ได้รับ แล้วไปเปิดโปรแกรมที่มีความสามารถที่จะจัดการเกี่ยวกับรูปแบบตัวอักษร (Text Font ) เช่น Notepad, Wordpad, Microsoft Word, หรือโปรแกรมอื่นๆ นำไป Paste ลงโปรแกรมดังกล่าว แล้วทำการเปลี่ยน Font ของตัวอักษรใหม่ ก็จะทำให้อ่าน เมล์นั้นได้หากยังไม่ได้อีกก็ให้บันทึกลงไว้ใน Drive A ด้วยโปรแกรมดังกล่าว แล้วนำแผ่นดิสก์ไปขอเปิดจากเครื่องที่มี Font ตัวอักษรที่ตรงกัน หรือไม่ก็ให้หา Font ตัวอักษรมาเพิ่มไว้ในเครื่องที่เราใช้งาน
ในการส่งเมล์ควรมีการเตรียมข้อความจาก โปรแกรม Notepad, Wordpad, Microsoft Word, หรือโปรแกรมอื่นๆ ตรวจข้อความว่าใช้คำได้ถูกต้อง สะกดถูกต้อง พิมพ์ตก พิมพ์ผิด แล้วบันทึกไว้ก่อนเริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ต พอเริ่มใช้อินเทอร์เน็ต Log in เข้าสู่ Mail Server แล้วจึงไปก๊อบปี้ข้อความที่เตรียมไว้ มา Paste ลงในช่องกรอกข้อความของ E-mail แล้วจึงกดส่ง จะทำให้ประหยัดเวลาและได้ข้อความที่มีความสมบูรณ์ในการส่งเมล์
หากมีการส่งแนบไฟล์หลาย ๆ ไฟล์เช่นไฟล์รูปภาพ เพื่อส่งให้ผู้รับให้สร้าง Folder เพื่อเก็บไฟล์ไว้ก่อน แล้วใช้โปรแกรมบีบอัดทั้ง Folder ให้เป็นไฟล์บีบอัด เช่น ซิปไฟล์ แล้วจึงส่ง แต่ต้องไม่เกินหน่วยความจำที่ Mail Server แต่ละรายกำหนดไว้
นอกจากจะส่ง E-mail ถึงผู้รับอื่นแล้ว ยังสามารถส่งเมล์ให้กับตัวเองได้ด้วย ประโยชน์ก็คือเวลาทำงานเร่งด่วนและมีความจำเป็นจะนำงาน หรือไฟล์ที่ทำไว้ไปใช้งานในต่างจังหวัดหรือที่อื่น แต่ไม่มีแผ่น Diskette เพื่อบันทึกข้อมูลนั้นไป ก็ส่งเมล์แนบไฟล์ที่เราต้องการให้เข้าไปไว้ใน Mail Box ตามที่อยู่ E-mail address ของตัวเอง จากนั้นเมื่อไปถึงสถานที่ใช้งานก็ไปเปิดเมล์ของตัวเอง เพื่อนำไฟล์ที่ attach ไปกับเมล์นั้นมาใช้งานได้
หลังจากที่เราส่งเมล์ไปแล้ว หาก E-mail address ที่เราส่งไปนั้นไม่มีชื่อตามที่ส่งไป Mail Server ปลายทางจะแจ้งกลับมาให้เราได้ทราบด้วยว่าไม่มีชื่อผู้รับตามที่เราส่งไป เราก็จะต้องตรวจสอบว่าเราพิมพ์ชื่อผู้รับผิดพลาดหรือ Domain Name ผิด
การใช้งาน webboard
วิธีการส่งหรือแนบรูป (attach/upload รูป) เข้ามาในเว็บบอร์ด
ขั้นตอนแรก ให้เตรียมรูปโดยต้องเป็นนามสกุล .jpg หรือ .gif ถึงจะแสดงรูปออกมา และขนาดไฟล์รูปจะต้องไม่เกิน 100Kb (หากใช้วิธีที่ 2) และควรปรับคุณภาพของรูปภาพให้เป็นกลางๆ ด้วย เช่น ใน Photoshop ตอน save รูป จะสามารถเลือก Quality ของรูปได้ ให้เลือกเป็น Medium (ประมาณ 6 หรือ 60%) ก็เพียงพอแล้ว
เมื่อเตรียมรูปเสร็จแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนในการนำรูปมาแสดงให้เพื่อนๆ ดู ดังนี้
วิธีที่ 1 ท่านจะต้องนำรูปไปฝากไว้ที่เว็บไซต์ที่มีให้บริการฝากรูปภาพไว้ฟรี โดยต้องอัพโหลด (upload) รูปภาพเข้าไปฝากไว้ที่เว็บนั้นก่อน โดยหลังจาก upload รูปเรียบร้อยแล้ว ให้ copy เอา URL link ที่ได้ ในช่อง "BB Code" (โดยคลิ๊กขวาในช่องนั้น แล้วเลือก copy) มาใส่ในข้อความที่ต้องการจะโพส วิธีนี้สามารถทำได้ทุกคน ถึงแม้ไม่ได้เป็นสมาชิกก็ตาม
หมายเหตุ : ท่านไม่สามารถนำ link ของรูปในเครื่องของท่านมาใส่ในข้อความได้โดยตรง เนื่องจากคนอื่นจะไม่เห็นรูปนั้นๆ ขึ้นมา นอกจากท่านคนเดียว
วิธีที่ 2 วิธีนี้สามารถทำโดยสมาชิกเท่านั้น ก่อนอื่นจะต้อง login เข้าระบบสมาชิกก่อน หลังจากนั้นให้ post ข้อความที่ต้องการตามปกติไปก่อน (หรือจะเป็นข้อความว่างๆ ก็ได้) แล้วตอนดู topic นั้นจะเห็นปุ่ม Attach อยู่ด้านบนขวาของความคิดเห็นของตัวท่านเอง ก็ให้กดปุ่มนั้นเข้าไป แล้วเลือกรูปที่จะ post ได้เลยครับ (กดปุ่ม Browse หา) โดยรูปแต่ละรูปจะต้องมีขนาดไม่เกิน 100Kb จากนั้นกดปุ่ม Upload หากต้องการส่งหลายรูป ก็ให้ทำซ้ำขั้นตอนเดิมอีก จนกว่าจะเสร็จหมดแล้วจึงกดปุ่ม Back
การส่งข้อความส่วนตัวหากัน (PM)
หลังจากที่เข้าระบบสมาชิกแล้ว ให้เข้าที่เมนู My Profile ที่อยู่ด้านบน แล้วเลือก New Message จากเมนูด้านซ้ายมือ
ข้อควรระวัง : หากท่านลบข้อความใน Sent Items ออก ทางผู้รับก็จะโดนลบออกเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อส่งข้อความไปแล้ว ยังไม่ควรจะลบข้อความที่ส่งออกไป จนกว่าจะแน่ใจว่าทางผู้รับได้อ่านข้อความนั้นแล้ว ซึ่งดูได้จากรูปซองจดหมายหน้าข้อความที่ส่งไป ใน Sent Items หากเป็นรูป กล่องจดหมายสีส้มเข้มแสดงว่ายังไม่ได้เปิดอ่าน แต่ถ้าเป็นรูป กล่องจดหมายสีส้มอ่อนๆแล้วก็หมายความว่าได้เปิดอ่านดูแล้ว แต่อย่าเผลอไปเปิดข้อความอ่านดูเองล่ะ เพราะจะถือว่าได้อ่านแล้วเหมือนกัน
การใส่รูปหรือโลโก้แสดงแทนตัวของสมาชิก (Avatar)
หลังจากที่เข้าระบบสมาชิกแล้ว ให้เข้าที่เมนู My Profile ที่อยู่ด้านบน แล้วเลือก Edit Profile จากเมนูด้านซ้ายมือ จะอยู่ในส่วนของ Avatar
การนำรูปมาแสดงมี 3 วิธี คือ
1. การนำรูปในเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแสดง ให้ทำการ Browse ในบรรทัดของ Upload avatar from your computer. แล้วเลือกรูปที่ต้องการแสดง
2. เลือกรูปจากทางเว็บประกาศมีให้อยู่แล้ว โดยเลือก Select from our collection of avatars.
3. ใช้รูปจากเว็บไซต์อื่น ๆ โดยให้ใส่ URL ในบรรทัดของ Enter the url of an avatar that will be displayed beside to your posts.
การตั้งลายเซ็น (Signature)
การตั้งลายเซ็นเพื่อแสดงข้อความหรือรูปภาพที่ต้องการขึ้นทุกครั้งที่มีการโพส สามารถทำได้โดยเข้าไปที่ My Profile แล้วเลือก Signature แต่มีเงื่อนไขสำหรับสมาชิกที่มีการโพสเกิน 100 posts ขึ้นไปเท่านั้น หากมีการโพสเกิน 100 posts เมื่อไหร่ ตัว signature จะโชว์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
การเปลี่ยนรหัสผ่าน (Password)
ให้เข้าระบบสมาชิกตามปกติ แล้วเลือกเมนู My Profile ที่อยู่ด้านบนขวา แล้วเลือก Edit Profile จากเมนูด้านซ้าย จากนั้นเลื่อนลงมาจะเห็นหัวข้อ Change Password ให้กรอกรหัสผ่านเก่า ตรงช่อง Old Password และรหัสผ่านใหม่ 2 ครั้ง ตรงช่อง New Password และ Re-Type New Password แล้วจึงกดปุ่ม Save
สำหรับสมาชิกที่ลืมรหัสผ่าน (Password)
ให้เข้าหน้า Login ตามปกติ แล้วเลือก Lost Password ใส่ User Name และ Email ที่ใช้ในการสมัคร จากนั้นให้เข้าไปเช็คอีเมล์ของท่าน ระบบจะส่ง Password ใหม่ไปให้ และหลังจากที่สามารถ Login เข้าสู่ระบบได้แล้ว ท่านสามารถเปลี่ยน Password ที่ต้องการได้ใหม่ โดยเข้าไปที่ My Profile > Edit Profile
การลบกระทู้
ทางประกาศจะไม่ทำการลบกระทู้ใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นแต่กระทู้นั้นจะขัดต่อกฎระเบียบของเว็บ และพิจารณาแล้วว่าไม่มีมูลความจริงหรือไม่มีหลักฐานมาอ้างอิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความที่โพสโดยบุคคลที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก (Guest) เพราะไม่สามารถพิสูจน์เบื้องต้นได้ว่าเป็นเจ้าของข้อความนั้นจริงหรือไม่ ดังนั้นจึงขอให้โพสด้วยข้อมูลที่เป็นจริงและไตร่ตรองเสียก่อน แต่ถ้าหากเป็นสมาชิกแล้วโพสข้อความไว้ จะสามารถลบข้อความที่โพสได้เอง โดยคลิ๊กที่ปุ่ม Edit ของข้อความนั้นแล้วลบข้อความนั้นทิ้ง แล้วทางประกาศจะทำการลบกระทู้ให้ภายหลัง หากพบว่าไม่มีข้อมูลในกระทู้นั้นแล้ว
ข้อห้ามในการโพสข้อความ
1. ห้ามโพสข้อความที่ขัดต่อกฎระเบียบของเว็บ
2. ห้ามโพสโฆษณาซื้อขายสินค้าหรือบริการในโครงการที่ไม่มีห้องซื้อขายแยกออกเป็นสัดส่วน จะไม่อนุญาตให้โฆษณาซื้อขายสินค้าหรือบริการใด ๆ ก็ตาม ยกเว้นแต่จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องชุดหรือบ้านในโครงการนั้น ๆ เท่านั้น
3. ห้ามโพสขายอสังหาริมทรัพย์ในห้องที่ไม่ใช่ทำเลหรือห้องโครงการที่ได้จัดไว้ หากมีการฝ่าฝืนเกิดขึ้น จะถูกลบหรือย้ายกระทู้ไปยังห้องที่เกี่ยวข้องทันที

วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550




พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนและมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม เป็นต้นไป
ทําไมต้องมี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์
เพราะคอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจําวันมีการใช้คอมพิวเตอร์โดยมิชอบ ส่งผลเสียต่อบุคคลอื่นมีการใช้งานคอมพิวเตอร์ในการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือลามกอนาจาร จึงต้องมีมาตรการควบคุม

ความผิดที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้
- การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
- การเปิดเผยข้อมูลมาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทําขึ้นเป็นการเฉพาะ
- การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ
- การดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น
- การทําให้เสียหาย ทําลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ
- การกระทําเพื่อให้การทํางานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไม่สามารถทํางานได้ตามปกติ
- การส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์รบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยปกติสุข
- การจําหน่ายชุดคําสั่งทีจัดทําขึ้นเพื่อนําไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทําความผิด
- การใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทําความผิดอื่นผู้ให้บริการจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทําความผิด
- การตกแต่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ทีเป็นภาพของบุคคล
ผู้ให้บริการที่ระบุใน พ.ร.บ. นี้ คือบุคคลใด
ผู้ให้บริการตาม พ.ร.บ.นี้ สามารถจําแนก 4 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
- ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมไม่ว่าโดยระบบโทรศัพท์ระบบดาวเทียม ระบบวงจรเช่าหรือบริการสื่อสารไร้สาย
- ผู้ให้บริการการเข้าถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่ว่าโดยอินเทอร์เน็ต ทั้งผ่านสายและไร้สาย
หรือในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่จัดตั้งขึ้นในเฉพาะองค์กรหรือหน่วยงาน
- ผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์หรือให้เช่าบริการโปรแกรมประยุกต์ (Host Service Provider)
- ผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่าน application ต่างๆ ที่เรียกว่า content provider เช่นผู้ให้บริการ web board หรือ web service เป็นต้น
ข้อมูลของผู้ใช้บริการ
ผู้ให้บริการทังทีเสียค่าบริการหรือไม่ก็ตาม ต้องเก็บข้อมูลเท่าที่จําเป็น เพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ นามสกุล เลขประจําตัวประชาชน USERNAME หรือ PIN CODE ไว้ ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่การใช้บริการสินสุดลง
หากผู้ให้บริการไม่ได้เก็บข้อมูลผู้ใช้บริการไว้ ถือว่าทําผิดและอาจถูกปรับสูงถึง 500,000 บาท
ต่อไปไม่ว่าจะไปใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ตรงจุดใดจะต้องมีการแจ้งลงทะเบียนโดยต้องใส่ username
และ password เพื่อให้ผู้ดูแลระบบเครือข่ายสามารถเก็บบันทึกการเข้ามาใช้งานของได้
รวมถึงเว็บบอร์ดทั้งหลาย ซึ่งมีผู้มาโพสเป็นจํานวนร้อยพัน รายต่อวัน เว็บมาสเตอร์ และผู้ดูแล
โฮสติงหรือผู้ทําอาชีพเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อาจเสี่ยงต่อการระมัดระวังข้อความเหล่านั้น
พระราชบัญญัตินี้ จะมีผลกระทบกับผู้ใช้คอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป เพราะหากท่านทําให้เกิดการกระทําความผิดทางคอมพิวเตอร์ (ไม่ว่าจะบังเอิญหรือตั้งใจ) ก็อาจจะมีผลกับท่าน และที่สําคัญ คือผู้ให้บริการ ซึ่งรวมไปถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เปิดบริการอินเทอร์เน็ตให้แก่ผู้อื่นหรือกลุ่มพนักงาน นิสิต นักศึกษาในองค์กร ผู้รับผิดชอบมีหน้าที่ดูแลอย่างรอบคอบในฐานะ "ผู้ให้บริการ"
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต
ในฐานะบุคคลธรรมดาไม่ควรกระทําในสิ่งต่อไปนี้ เพราะอาจจะทําให้ “เกิดการกระทําความผิด" ตาม พรบ.นี้
1. ไม่ควรบอก password แก่ผู้อื่น
2. อย่าให้ผู้อื่นยืมใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนทีเพื่อเข้าเน็ต
3. อย่าติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สายในบ้านหรือที่ทํางาน โดยไม่ใช้มาตรการการตรวจสอบผู้ใช้งานและการเข้ารหัสลับ
4. อย่าเข้าสู่ระบบด้วย user ID และ password ที่ไม่ใช่ของท่านเอง
5. อย่านํา user ID และ password ของผู้อื่นไปใช้งานหรือเผยแพร่
6. อย่าส่งต่อซึ่งภาพหรือข้อความหรือภาพเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมาย
7. อย่า กด "remember me"หรือ "remember password"ที่เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะและอย่า log-in เพื่อทําธุรกรรมทางการเงินที่เครื่องสาธารณะ
8. อย่าใช้ WiFi (Wireless LAN) ที่เปิดให้ใช้ฟรี โดยปราศจากการเข้ารหัสลับข้อมูล
ความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์





1. เจ้าของไม่ให้เข้าระบบคอมพิวเตอร์ของเขาแล้วเราแอบเข้าไป จําคุก 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
2. ไปรู้วิธีการเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น แล้วยังไปบอกให้คนอื่นรู้ต่อ จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทังจําทั้งปรับ
3. แอบไปเจาะข้อมูลของผู้อื่นที่เก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ จําคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
4. แอบไปดักจับข้อมูลผู้อื่นระหว่างการสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
5. ไปแก้ไขข้อมูลของในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจําทั้งปรับ
6. ส่ง packet หรือ message หรือ virus หรือ trojan หรือ worm หรืออะไรก็ตามเข้าไปก่อกวนระบบผู้อื่น จําคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทังจําทั้งปรับ
7. ส่งข้อมูลหรืออีเมล์ ให้ผู้อื่นซ้ำๆ โดยผู้รับไม่ได้ร้องขอ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
8. ความผิดข้อ 5. กับ ข้อ 6. ทําให้บุคคลทั่วไปเกิดความเสียหาย จําคุกไม่เกิน 10 ปีและปรับไม่เกิน 200,000 บาท
หากก่อความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจและสังคม จําคุกตั้งแต่ 3-5 ปี และปรับตังแต่ 60,000 - 300,000 บาท และถ้าทําให้ใครตายก็จะเพิ่มโทษ จําคุกตั้งแต่ 10 ปีถึง 20 ปี ความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
9. ถ้าเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์เพื่อทําให้ทําความผิดในหลายข้อข้างต้น จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่
เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
10. สร้างภาพโป๊ เรืองเท็จ ทําการปลอมแปลง กระทําการใดๆที่กระทบความมั่นคง ก่อการร้าย และส่งต่อข้อมูลทั้งๆที้รู้ว่าผิดตามที่กล่าวมาข้างต้น จําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
11. เจ้าของเว็บ สนับสนุน / ยินยอมให้เกิดข้อ 10. จําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
12. เอารูปผู้อื่นมาตัดต่อแล้วเอาไปเผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์ จําคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ